วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คสำหรับมือใหม่

แบล็คแจ็ค เป็นเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในคาสิโน รวมถึงคาสิโน ออนไลน์ ทว่ากลับไม่ป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากนัก ทั้งที่เป็นเกมที่มี House Edge หรือ อัตราเจ้ามือได้เปรียบ น้อยที่สุด เรียกได้ว่าเป็นเกมเดียวที่คาสิโนลงมาสู้กับผู้เล่นแบบแฟร์ ๆ ซึ่งใครที่กำลังสนใจเกมไพ่ชนิดนี้ แต่กลัวว่าจะเล่นยาก ทำกำไรไม่ได้ตามเป้า บทความนี้เรามีวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คสำหรับมือใหม่มาฝาก

 

วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็ค

วิธีการเล่นไพ่แบล็คแจ็ค นั้นค่อนข้างเรียบง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่คุณวางเดิมพัน ดีลเลอร์ก็จะเริ่มแจกไพ่ให้ฝั่งละ 2 ใบ หน้าที่ต่อไปคือการทำการจั่วไพ่เพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ จนกว่าแต้มของคุณจะใกล้เคียงหรือเท่ากับ 21 แต้ม แต่หากเกิน 21 แต้ม เมื่อไร จะถือว่าแพ้ทันที โดยผู้เล่นจะหยุดขอไพ่ได้ที่กี่แต้มก็ได้ แต่ดีลเลอร์จะหยุดได้ต่อเมื่อได้แต้มไม่น้อยกว่า 17

 

กฎกติกาการนับแต้ม

วิธีการนับแต้มในไพ่แบล็คแจ็ค จะนับตามหน้าไพ่ที่เป็นตัวเลข คือ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ส่วนไพ่ J, Q, K จะมีค่าเท่ากับ 10 แต้ม และไพ่ A จะมีแต้มเท่ากับ 1 หรือ 11 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนโต๊ะ ยกตัวอย่างเช่นคุณมีไพ่ A กับ 5 รวมแล้วเท่ากับ 16 แต้ม แต่จั่วเพิ่มได้ไพ่ 6 รวมแล้วได้ 22 แต้ม ความจริงจะต้องเป็นฝ่ายแพ้ไปแล้ว แต่ A จะเปลี่ยนเป็น 1 เท่ากับ 12 เพื่อให้คุณได้เล่นต่อไปนั่นเอง

 

วิธีวางเดิมพันและอัตราการจ่ายเงิน

นอกจากการวางเดิมพันแบบปกติที่จะมอบอัตราการจ่ายเงิน 1:1 หรือ 1 เท่าของเงินวางเดิมพันแล้ว คุณยังสามารถวางเดิมพันรูปแบบอื่น ๆ เพื่อทำกำไรเพิ่มเติมได้ด้วย แบ่งแยกย่อยเพื่อให้เข้าใจง่ายดังนี้

– การประกันไพ่

เมื่อเจ้ามือหงายไพ่ใบแรกแล้วได้ A ผู้เล่นจะสามารถวางประกันความเสี่ยงที่เจ้ามือจะได้ 21 แต้ม หรือ Blackjack ซึ่งมีอัตราการจ่ายเงิน 1:0.5 หรือครึ่งหนึ่งของเงินวางเดิมพัน

– Double

เมื่อเจ้ามือเปิดไพ่ 2 ใบแรก แล้วไม่ได้ 21 แต้ม หรือ Blackjack ผู้เล่นจะมีโอกาสเรียกไพ่เพิ่ม และสามารถเพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่าได้ โดยแลกกับได้ไพ่เพิ่มอีกแค่ใบเดียว แล้วตัดสินผลลัพธ์ทันที

– Split

หากไพ่ในมือของผู้เล่นเป็นไพ่คู่ สามารถเลือกแยกไพ่ออกเป็น 2 มือได้ โดยเงินวางเดิมพันจะต้องเท่ากับเงินเดิมพันหลัก หรือวางเดิมพันเพิ่มอีกเท่าตัวนั่นเอง

– Side Bet

การวางเดิมพันในรูปแบบพิเศษ ไล่ตั้งแต่ Perfect Pair ที่มีอัตราจ่ายเงิน 6 เท่า ไปจนถึง 25 เท่า เพื่อแลกกับการทายว่าไพ่ 2 ใบแรกของผู้เล่น จะออกมาเป็นไพ่คู่, 21+3 มีอัตราจ่าย 5 เท่า ไปจนถึง 100 เท่า เพื่อทายว่าผู้เล่นจะได้ไพ่ตอง ไปจนถึง Bet Behind การวางเดิมพันไพ่ของผู้เล่นอื่นร่วมโต๊ะ